มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้ ใครจะอยู่ใครจะไป รอลุ้นกัน....
LINE : @UFASCR.V4
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

แม้ว่ามันจะเป็นผลการแข่งขันที่คาดเอาไว้อยู่แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่า “เร้ด อาร์มี่” ต่างก็ต้องผิดหวังกันสุดๆ หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรักของพวกเขา ออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 ถึงสนาม แอนฟิลด์ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด “แดงเดือด” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าสกอร์คือสิ่งที่น่าผิดหวัง แต่ประเด็นที่น่าหดหู่ยิ่งกว่าคือเรื่องฟอร์มการเล่นของทีมที่แทบจะเหมือนเป็นบอลคนละชั้น ทั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล มีดีกรีพอๆ กัน แต่กลับเป็น “หงส์แดง” ที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจกว่ามาก 

     ตลอดทั้งเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีโอกาสยิง 36 หน ส่วนลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ยิงรวมกัน เอ่อ 6 ครั้ง    ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงน้อยแบบนั้น เป็นเพราะ มูรินโญ่ วางแผนมาเน้นเล่นเกมรับ และรอจังหวะสวนกลับเร็ว แต่ส่วนใหญ่แล้วการใช้แผนแบบนี้มันหมายความว่าคุณควรจะต้องเปิดบอลยาวให้แม่นยำเพื่อที่จะเล่นงานคู่แข่ง ซึ่งในเกมนัดล่าสุด “ปีศาจแดง” กลับทำอย่างนั้นไม่ได้ พวกเขาแค่เพียงสาดบอลไปข้างหน้าเหมือนเตะทิ้งให้เจ้าถิ่นกลับมาบุกใส่อีกครั้งเท่านั้น

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

ที่จริงมันก็ไม่แปลกเลยที่เกมสวนกลับเร็วของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไร้พิษสง เพราะมิดฟิลด์ตัวกลางที่ มูรินโญ่ เลือกใช้งานคือ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ เนมานย่า มาติช ส่วนกองกลางตัวรุกเขาส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงเล่น ซึ่งทั้ง 3 คนนี้พอจะจ่ายบอลสั้นๆ ได้ดี ขณะที่ ลินการ์ด จะมีจุดเด่นเรื่องการเลี้ยงบอลเพิ่มขึ้นมา แต่เรื่องการเปิดบอลยาวมันไม่ใช่จุดเด่นของพวกเขาเท่าไหร่

    ความจริงแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด มีกองกลางที่พอจ่ายบอลยาวได้ดีอยู่คนหนึ่ง นั่นคือ ปอล ป็อกบา ถึงแม้ว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสจะฟอร์มไม่คงเส้นคงวา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาฟอร์มเข้าฝัก การวางบอลของเขาจะสร้างความได้เปรียบให้ทีมเป็นอย่างมาก

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

อย่างไรก็ตาม ในเกม “แดงเดือด” หนแรกของฤดูกาลนี้ มูรินโญ่ กลับจับ ป็อกบา ออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรอง และไม่ให้โอกาสเขาลงสนามด้วย ทั้งที่เจ้าตัวตั้งใจจะเน้นเล่นเกมสวนกลับแท้ๆ

    มูรินโญ่ ให้สาเหตุว่าที่ใช้งานมิดฟิลด์ 3 คนนี้เป็นเพราะพวกเขาจะทำให้เกมรุกของทีมดุดันกว่าการส่ง ป็อกบา ลงแทนคนใดคนหนึ่ง แต่แค่รูปเกมที่เขาวางเอาไว้ตั้งแต่ต้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมเยือนไม่ได้ตั้งใจมาเปิดเกมรุกแลกกันเลย ดังนั้นสาเหตุที่เขาพูดจึงฟังไม่สมเหตุสมผล

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีอีกปัจจัยหนึ่งที่ดูแล้วมีความเป็นไปได้มากกว่า นั่นคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง มูรินโญ่ กับ ป็อกบา ที่ร้าวฉานอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา

    เดิมที ป็อกบา กับ มูรินโญ่ เหมือนจะแตกหักกันตั้งแต่ช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่มันจะเงียบลงไป แต่สุดท้ายความร้าวฉานระหว่างทั้งคู่ก็ปะทุขึ้นมาอีก หลังจากว่ากันว่า มูรินโญ่ ด่าแข้งดีกรีแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ต่อหน้าทุกคนตอนอยู่ในห้องแต่งตัวว่า ป็อกบา ทำตัวเป็นเหมือนไวรัสที่คอยทำลายทีม หลังจบเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

หลังจากเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในลีกไปแล้ว 3 นัด ซึ่ง ป็อกบา ไม่เคยได้เป็นตัวจริงเลย แถมยังโดนเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแค่ครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ป็อกบา ยังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแค่ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ บาเลนเซีย เท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเกมที่ไม่มีความหมายเท่าไหร่ เพราะยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เข้ารอบแน่นอนแล้ว และพวกเขาก็ตัดใจจากการเป็นแชมป์กลุ่มตั้งแต่ก่อนลงสนามด้วยซ้ำ

    การที่ดร็อป ป็อกบา ในเกมที่มีความหมาย และใช้งานเขาในเกมที่ไร้ความหมาย แทบจะเป็นการตอกย้ำว่า มูรินโญ่ ผิดใจกับลูกทีมรายนี้จริงๆ ซึ่งถ้าจะถามว่าใครเป็นคนผิดในเรื่องนี้แล้ว มันต้องบอกว่าพวกเขาผิดพอๆ กันทั้งคู่

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

ป็อกบา โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นทั้งกับช่วงก่อนหน้านี้ที่เล่นให้ ยูเวนตุส และกับทีมชาติฝรั่งเศสในศึก ฟุตบอลโลก 2018 แต่พออยู่ในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด เขากลับเป็นเหมือนคนละคน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกมันเป็นเพราะแผนของ มูรินโญ่

    ป็อกบา เป็นนักเตะที่กระหายการเล่นเกมรุก และสามารถผ่านบอลทั้งแบบสั้นกับยาวได้ดี แต่แท็กติกที่ มูรินโญ่ วางเอาไว้ในตอนนี้มันขัดกับสไตล์ของ ป็อกบา อย่างเห็นได้ชัด จนทำให้เคยมีข่าวว่า ป็อกบา หงุดหงิดกับเรื่องนี้พอตัว

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

ถึงกระนั้น มูรินโญ่ ก็ยังดื้อรั้นที่จะใช้แผนของตัวเองเป็นหลัก ไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนอะไรให้เข้ากับ ป็อกบา เลย และนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำมาสู่ความขัดแย้งกันระหว่างพวกเขา

    ขณะที่ ป็อกบา ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ จริงอยู่ว่าแผนของ มูรินโญ่ มันไม่เข้ากับสไตล์ของเขา แต่แทนที่เจ้าตัวจะให้ความสำคัญกับเรื่องฟอร์มการเล่นมากกว่านี้ เขากลับแบ่งส่วนหนึ่งในชีวิตไปกับเรื่องนอกสนาม อย่างเรื่องการเปลี่ยนทรงผมอยู่บ่อยๆ เป็นต้น

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

แน่นอน ถ้าเขาเปลี่ยนทรงผมแล้วเล่นได้ดีมันก็คงไม่มีใครว่าอะไร แต่นี่เขายังขยันทำผมทรงใหม่ทั้งที่ฟอร์มของตัวเองน่าผิดหวังอยู่เลย ซึ่งแน่นอนว่าผู้จัดการทีมแทบทุกคนคงไม่พอใจกับเรื่องแบบนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว ยิ่งเป็น มูรินโญ่ ที่เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยยิ่งทำให้เขามอง ป็อกบา ในทางที่ไม่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

    ที่จริงถ้าทั้งคู่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ หรือหาทางออกร่วมกันได้ มันก็จะส่งผลดีเป็นอย่างมาก และน่าจะทำให้สถานการณ์มันไม่เป็นเหมือนอย่างทุกวันนี้ น่าเศร้าที่ทั้ง มูรินโญ่ กับ ป็อกบา ต่างก็เป็นคนหัวแข็งพอตัวทั้งคู่ พวกเขาไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเท่าไหร่ จนทำให้สถานการณ์มันยังไม่คลี่คลายสักที

มูรินโญ่ vs ป็อกบา : สงครามที่มีแต่ผู้แพ้
https://www.ufascr.com/

สงครามระหว่างพวกเขามันส่งผลเสียอย่างมาก มูรินโญ่ ต้องกลายเป็นเหมือนผู้แพ้ หลังจากที่ตอนนี้หลายคนมองว่าเขาฝีมือตกลงเยอะ ขณะที่ ป็อกบา ก็กลายเป็นผู้แพ้จากการที่ส่วนใหญ่มองว่าเขาเป็นนักเตะที่ไม่มีระเบียบวินัย, ทำอะไรตามความพอใจโดยไม่สนผลประโยชน์ของทีม แถมบางคนยังคิดว่าเขาเล่นแบบไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ด้วย

    อย่างไรก็ตาม ผู้แพ้ที่น่าเห็นใจที่สุดไม่ใช่ทั้ง มูรินโญ่ หรือ ป็อกบา แต่เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างหาก