LINE : @UFASCR.V4
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท

เพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

เพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล1989-90 คือฤดูกาลสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ได้สัมผัสกับการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ โดยสมัยนั้นมันยังใช้ชื่อว่า “ดิวิชั่น 1” อยู่เลย และตอนนั้นพวกเขาก็ยังมีสถานะเป็น “ทีมที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดของประเทศ” อยู่

 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “หงส์แดง” ไม่เคยได้แชมป์ลีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่างดีที่สุดคือการเป็นอันดับ 2 และตัวเลข 18 หนที่หยุดนิ่งของพวกเขามันก็ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เป็นทีมที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดของ อังกฤษ อีกต่อไป เพราะมันตกเป็นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โกยไป 20 หนแทน

    ฤดูกาล 2018-19 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ลีกสูงสุกอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้ดีสุดๆ จนตอนนี้เป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 48 คะแนน จากการลงเล่น 18 นัด นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นอันดับ 2 อยู่ 4 แต้ม แถมทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังไม่แพ้ใครในลีกเลยด้วย

  แน่นอนว่าในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ดีกว่าทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะฟอร์มร้อนแรงเหมือนเดิมเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของซีซั่น และนี่คือปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดต่อการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

    – ผลกระทบจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
    ถ้าเอานักเตะ 100 คนมานั่งเรียงกัน แล้วให้พวกเขาเลือกว่าอยากได้แชมป์อะไรมากกว่ากัน ระหว่างแชมป์ลีก กับแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เชื่อได้ว่ามันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนเลือกแชมป์ลีกทั้ง 100 คน หรือแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้ง 100 ราย เสียงมันต้องแตกเป็นสองฝั่งอยู่แล้ว และเผลอๆ จะถึงขั้นเป็น 50-50 ด้วยซ้ำเพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

   ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะแชมป์ทั้งสองรายการมีศักดิ์ศรีและดีกรีความยิ่งใหญ่พอๆ กัน บางคนที่เคยได้แชมป์ลีก แต่ไม่เคยได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็อยากได้จูบถ้วย “บิ๊กเอียร์” บ้าง ขณะที่คนที่ไม่เคยได้แชมป์ลีก ก็คงรู้สึกเสียดายไม่น้อยต่อให้พวกเขาจะเคยได้สัมผัสกับถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตามเพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

    ด้วยเหตุนี้ การที่ ลิเวอร์พูล ยังอยู่บนเส้นทางของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย จึงอาจจะส่งผลกับฟอร์มในลีกเช่นกัน พวกเขาจำเป็นต้องแบ่งสมาธิระหว่างทั้งสองรายการให้ดี ถ้าทำพลาดแล้วล่ะก็ พวกเขาก็อาจจะหลุดวงโคจรจากการลุ้นแชมป์รายการใดรายการหนึ่ง หรืออย่างแย่ที่สุดคือชวดแชมป์ทั้ง 2 รายการเลย

    – การรักษามาตรฐาน
    เชื่อหรือไม่ว่านับตั้งแต่ที่ คล็อปป์ เข้ามารับงานคุม ลิเวอร์พูล ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 แล้วนั้น เขาก็พาทีมแพ้ในเกมลีกในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของซีซั่นมากกว่าช่วงครึ่งฤดูกาลแรกทั้งหมดเพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

    ในฤดูกาล 2015-16 คล็อปป์ เข้ามาคุมทีมในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเขาก็จบปี 2015 ด้วยการพาทีมแพ้ 3 นัด แต่พอเข้าสู่ปี 2016 ทีมของเขาก็พบกับความปราชัยในลีกถึง 5 หน ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 8

    พอเป็นซีซั่น 2016-17 คล็อปป์ พาทีมแพ้ในลีกแค่ 2 นัด ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงวันสุดท้ายของปี 2016 แต่พอเข้าสู่ปี 2017 ลิเวอร์พูล กลับแพ้ในลีกถึง 4 เกม โดยแค่ 2 เดือนแรกของปี 2017 ทีมของเขาก็แพ้ไป 3 นัดแล้ว แถมในช่วงนั้นยังเก็บชัยชนะในลีกได้แค่เกมเดียวจากทั้งหมด 7 นัดอีกต่างหาก และสุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นเพียงอันดับ 4

เพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

    ขณะที่ในซีซั่น 2017-18 เขาก็พาทีมแพ้ในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของฤดูกาลไปทั้งหมด 3 นัด ทั้งที่ในครึ่งฤดูกาลแรกทีมของเขาปราชัยในลีกเพียง 2 เกมเท่านั้น ก่อนที่สุดท้าย ลิเวอร์พูล จะจบซีซั่นด้วยการเป็นเพียงที่ 4 อีกครั้ง

    เขาว่ากันว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเป็นแชมป์ลีกคือคุณต้องรักษามาตรฐานเอาไว้ให้ได้ และฤดูกาลนี้ คล็อปป์ ก็ต้องเจอกับบททดสอบที่ว่านั้นอีกครั้ง

    – ห้ามให้แข้งหลักเจ็บหนัก
    ต่อให้คุณจะมีขุมกำลังที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน, มีนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในทุกตำแหน่งอยู่ในทีม แต่ถ้าคนเหล่านั้นเจ็บจนลงเล่นไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ซึ่งช่วงที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า ลิเวอร์พูล ไม่เจอปัญหาเรื่องนั้นเท่าไหร่

เพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

  ในฤดูกาลนี้แข้งกำลังหลักของพวกเขาที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักจริงๆ มีเพียงแค่ โจ โกเมซ กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เท่านั้น แถมทั้งคู่ก็เพิ่งเจ็บเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ส่วนที่เหลือเป็นเพียงกลุ่มตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมในซีซั่นนี้มากเท่าไหร่

    ลองคิดดูว่าถ้าเกิด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เซอร์ดาน ชากิรี่, ซาดิโอ มาเน่ หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เจ็บหนักจนต้องพักสัก 1 เดือนขึ้นไป มันจะเกิดอะไรขึ้น ? เชื่อได้ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ เกมการเล่นที่ไหลลื่นของ ลิเวอร์พูล คงได้รับผลกระทบหนักพอตัวเลยทีเดียว

เพื่อความสำเร็จที่รอมานาน! ปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ลีกของ ลิเวอร์พูล

 ถ้าคิดว่าอาการเดี้ยงของแข้งหลักมันไม่ส่งผลมากนักแล้วล่ะก็ คุณก็ลองมอง แมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้เป็นตัวอย่างดูก็ได้ ที่ผ่านมา โจเซป กวาร์ดิโอล่า เคยต้องอดใช้งานนักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, ดาบิด ซิลบา และ แฟร์นานดินโญ่ มาแล้ว ซึ่งมันก็ส่งผลกับฟอร์มของ แมนฯ ซิตี้ พอตัว

    ด้วยเหตุนี้ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปทีมสตาฟฟ์โค้ช และแพทย์ของ ลิเวอร์พูล ก็ต้องคอยดูแลแข้งกำลังหลักของทีมให้ดี ห้ามให้พวกเขาเจ็บหนักเป็นอันขาด ถ้าต้องการทำความฝันของสโมสร และเหล่า “เดอะ ค็อป” ให้เป็นจริง