LINE : @UFASCR.V4
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท
ufabet ค่าคอม 0.5% ทุกยอดการเล่น
แจกเงินสด ufabet
ufabet คาสิโน
ufabet ฝากขั้น ต่ำ 10 บาท

7คะแนนของลิเวอร์พูลกับแมนซิตี้

7คะแนนของลิเวอร์พูลกับแมนซิตี้

กัน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ออกไปก่อน ฟอร์มของทีมไก่เดือยทองนาทีนี้ลุ้นแชมป์ได้เต็มตัว เราคงได้พูดถึงทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กันอีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่างหากครับที่ผมอยากพูดถึง มันเป็นอีกครั้งที่พรีเมียร์ลีกบอกกับเราว่าอย่าเพิ่งเชื่อหรือปักใจในสิ่งที่เห็นและรู้สึก ณ เวลานั้นๆ ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไปตลอด

เพราะเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้นเองนะครับที่ลิเวอร์พูลโกยแต้มมากกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเป็นกอบเป็นกำถึง 9 คะแนน สี่เกมหลังสุดหงส์แดงเก็บ 12 แต้มเต็ม แต่ทีมเรือใบสีฟ้ามีติดมือเพียง 3 คะแนนจากชัยชนะเหนือเอฟเวอร์ตัน

จากที่เคยนำ 2 แต้มจึงกลายเป็นตาม 1 ตาม 4 และตาม 7 ในที่สุด… เผลอแค่พริบตาเท่านั้นจริงๆ รู้สึกตัวอีกทีกลายเป็นตามหลังไกลขนาดนี้เสียแล้ว

สิ่งที่ต้องคิดต่อมาก็คือถ้ามันเกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ ทำไมถึงจะเกิดขึ้นกับทีมอื่นๆ รวมทั้งลิเวอร์พูลไม่ได้

  ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง      พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..      ..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ      ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้      มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ      มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..

นี่คือจุดที่เดอะค็อปเองก็ต้องเผื่อใจระวังไว้เช่นกัน แม้ในเวลานี้จะมองไม่เห็นวี่แววว่าทีมจะมีโอกาสแผ่วติดๆ กันได้อย่างไรก็ตาม แต่ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วต่อหน้าต่อตาเรานี่แหละในสิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

ลองนึกทบทวนย้อนกลับไปก็ได้ครับว่าเรารู้สึกอย่างไรกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตอนที่พวกเขารันยาวด้วยฟอร์มน่าเกรงขามชนะ 11 จาก 12 ชนะ 12 จาก 14 เกมลีก มีสกอร์สวยๆ ทั้งถล่ม 3-0, 4-0 กระหน่ำ 5-0 สองครั้ง ถลุง 6-1 อีกสองหน รวมทั้งเกมที่เกือบฝังลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์

เสียงสดุดีกระหึ่มไปทั่ว ทีมของเป๊ปเข้าขั้นไร้เทียมทานไม่รู้ว่าจะหยุดพวกเขาได้อย่างไร บริษัทรับพนันถูกกฎหมายยกเป็นเต็งหนึ่งแบบขึ้นหิ้งจ่ายน้อยกว่าที่แทงหลายเท่าตัว..

เพราะฉะนั้นคำพูดที่บอกว่าอย่าเพิ่งปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือรู้สึก ณ เวลานั้นๆ จึงครอบคลุมถึงลิเวอร์พูลและเหล่าเดอะค็อปด้วยว่า 7 คะแนนที่ทิ้งห่างแชมป์เก่า และ 6 คะแนนที่นำรองจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้นั้นเผลอแค่พริบตาเดียวเช่นกันที่มันอาจหายวับไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

  ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง      พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..      ..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ      ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้      มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ      มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..

ฟุตบอลลีกนี่ก็แปลกนะครับ ช่างล้อเล่นและล้อเลียนความรู้สึกของคนได้ถึงใจดีแท้ มีกี่ครั้งกันแล้วที่มันเล่นตลกกับความมั่นใจของแฟนบอล ยั่วล้อเหมือนผู้ใหญ่แกล้งเด็ก ความมั่นใจว่าผู้จัดการทีมคนนี้หมดยุคแล้ว ความมั่นใจว่านักเตะคนนั้นไม่มีค่าแล้ว ความมั่นใจว่าทีมนี้แชมป์แน่ มั่นใจว่าทีมนั้นตกชั้นชัวร์

ก็แน่ล่ะครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้น ความมั่นใจจากภาพที่เห็นอาจทำให้เราลืมไปว่าสุดท้ายแล้วบทสรุปมันคือนัดที่ 38 ไม่ใช่นัดที่ 7 นัดที่ 16 หรือนัดที่ 23

เพราะมันยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างทาง ทั้งเรื่องที่มีเหตุผลที่สุดไปจนถึงเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่สุด..

——————————————————————————-

ในตอนนี้ลิเวอร์พูลทำงานของตัวเองได้เนี้ยบที่สุดครับ ละเอียดทุกจุดไม่มีงานหยาบเลย

ความแตกต่างระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังผ่านไป 19 นัดคือทีมหงส์แดงยังไม่พลาดแม้แต่คะแนนเดียว ผลเสมอเชลซี, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล คือ 3 คะแนนที่เป็นกำไร ไม่ใช่ 6 คะแนนที่ขาดทุน

  ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง      พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..      ..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ      ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้      มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ      มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..

ทั้งสองทีมมีรายละเอียดเหมือนกันตรงที่ต่างเป็นฝ่ายยิงนำคู่แข่งไปก่อน 16 เกมเท่ากัน ถูกยิงนำก่อน 2 เกมเท่ากัน และเสมอกันเอง 0-0 ที่แอนฟิลด์

หากสิ่งที่ต่างกันคือถ้าลิเวอร์พูลยิงนำได้ก่อน พวกเขาไม่เคยพลาดเลย นั่นคือชนะ 15 เสมอ 1 จาก 16 เกมที่ว่า

แต่แมนฯ ซิตี้ พลาดแล้ว พวกเขาแพ้ใน 2 เกมหลังสุดที่ยิงนำไปก่อน มันไม่น่าเชื่อเพราะ 14 เกมก่อนหน้านั้นที่ยิงนำได้ก่อน ทีมของเป๊ปเก็บ 42 คะแนนเต็ม

แพ้ด้วยการถูกยิงแซง 2 เกมซ้อน นี่ไม่ใช่วิสัยของทีมอย่างแมนฯ ซิตี้เลย

ขณะที่ 2 เกมที่โดนนำไปก่อน ลิเวอร์พูลก็ไม่แพ้เช่นกัน ตีเสมอเชลซีได้ และแซงกลับมาชนะเบิร์นลี่ย์ได้

ส่วนแมนฯ ซิตี้ โดนเชลซีนำสุดท้ายแพ้ ถูกวูล์ฟแฮมป์ตันนำทำได้เต็มที่แค่ไล่ตีเสมอ

นั่นคือความแตกต่างระหว่างหงส์แดงกับเรือใบสีฟ้าเมื่อการแข่งขันผ่านมาครึ่งทาง

  ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง      พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..      ..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ      ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้      มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ      มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..

    ความเนี้ยบของลิเวอร์พูลยังอยู่ที่ลูกเขี้ยว เสียประตูยากเหลือเกิน จาก 19 เกมที่ลงเล่นเก็บคลีนชีตหรือไม่เสียประตูถึง 12 นัด

อลีสซง เบ็คเกอร์ มีผิดพลาด เลี้ยงบอลถูกคู่แข่งแย่งไปยิงในเกมกับเลสเตอร์ ตะปบบอลพลาดถูกซ้ำเข้าในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด.. ทั้ง 2 นัดลิเวอร์พูลไม่เสียหายเพราะจบเกมด้วยชัยชนะ และอลีสซงไม่เคยพลาดซ้ำแบบเดิมอีกเลย

ลิเวอร์พูลทำได้ตามสิ่งที่ต้องทำคือในช่วงที่ซิตี้แข็งแกร่งไม่พลาดให้ใครเลยก็ต้องอดทนและยื้อให้ถึงที่สุด พยายามเกาะติดไปเรื่อยๆ อย่าแผ่วให้ซิตี้ทิ้งห่างได้เด็ดขาด

รอคอยโอกาส…

แล้วในที่สุดโอกาสก็มาจริงๆ แถมเป็นโอกาสครั้งใหญ่เสียด้วยเพราะซิตี้แพ้ 3 จาก 4 เกม

ซิตี้แทบไม่เคยพลาดในลักษณะนี้นะครับ และเมื่อพลาดแล้วทีมหงส์แดงคว้าโอกาสทองนั้นทันทีไม่ปล่อยให้หลุดลอย

น่าชื่นชม เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมว่างานที่พวกเขาทำในช่วงครึ่งทางนั้นสมบูรณ์แบบจริงๆ…

ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว เตะ 19 ชนะ 16 เสมอ 3

16 เกมที่ชนะมีเกมน่าเสมอหรือเกือบเสมอ 3-4 เกม.. 3 เกมที่เสมอมีเกมน่าแพ้ 2 เกม

  ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง      พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..      ..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ      ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้      มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ      มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..

ว่ากันด้วยเงื่อนไขของการทำคะแนนตกหล่นลิเวอร์พูลยังเนี้ยบกว่ายูเวนตุสและปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงที่นำหายห่วงในอีก 2 ลีกใหญ่ยุโรปเสียอีก ยูเว่มีแต้มที่ถูกเจนัวขโมยไป เปแอสเชนำบอร์กโดซ์ 2 หนไม่ชนะง

พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของลิเวอร์พูล หลังจากที่ตอนแรกยกให้แมนฯ ซิตี้..

..หากสิ่งที่เรายังไม่อาจรู้ได้เลยคือตอนต่อไปและตอนจบ

ผมเชื่อว่าคล็อปป์ไม่ประมาท นักเตะหงส์แดงก็ไม่ประมาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออุทาหรณ์ชั้นดีว่าต่อให้คุณระวังตัวที่สุดแล้วฝันร้ายก็ยังอาจมาเยือนได้

มีอุทาหรณ์ไว้เตือนใจอย่างนี้ย่อมดีกว่าไม่มีนะครับ อะไรจะเกิดก็ไม่รู้ ความซวยจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวนับจากนี้คือการเน้นแบบเนื้อๆ และหนักๆ

มีโอกาสฉีกได้ต้องฉีกให้ไกล ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถ้ากลับมาเข้าเบรกชนะรวดได้เมื่อไหร่ก็น่ากลัว..